เดินทาง ท่องเที่ยว ถ่ายรูป ทั่วไทย
 
 
เดินทาง ท่องเที่ยว ถ่ายรูป ทั่วไทยเรื่องเล่าทริปแกลเลอลี่เว็บบอร์ดลิงค์เกี่ยวกับเรา


 
 
 
 
 
สิกขิม…ในอ้อมกอดแห่งหิมาลัย



สวัสดีกับการเดินทางครั้งใหม่กับการเดินทางไกลอีกครั้งสู่ดินแดนแห่งใหม่ “สิกขิม”
ทริปนี้ก็เป็นอีกทริปที่คลอดขึ้นมาแบบออกจะกระทันหันซักหน่อยเนื่องจากแผนที่เราเตรียมไว้ว่าจะเดินทางไปเ

ที่ยวช่วงสงกรานต์ เกิดผิดแผน ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนแผนกระทันหัน และแล้วในที่สุดก็มาลงตัวกันที่
“สิกขิม”



“สิกขิม” เป็นรัฐรัฐหนึ่งในประเทศอินเดียครับ ซึ่งที่นี่ไม่เหมือนเมืองอื่นๆ ในอินเดียครับ
เพราะที่นี่สะอาด อาหารก็มีหลายหลากที่รสชาติพอจะถูกปากคนไทย ผู้คนก็เป็นมิตร มีน้ำใจ
ที่สำคัญดินแดนแห่งนี้สวยมากๆๆๆ เลยครับ มีหลายเมืองหลายดินแดนที่สงบ และมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม แปลกตา
ที่สำคัญที่นี่มีหิมะให้เราเล่นกันด้วยครับ
ถ้าทุกคนพร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลยดีกว่าครับ

( ปล. เนื่องจากเป็นการเดินทางที่ยาวไกลมากๆ ใช้เวลาถึง 9 วัน ผมจึงขอเล่าเรื่องการเดินทาง แบบย่อๆ
นะครับ ส่วนใครที่อยากชมแบบเต็มๆ ครับไปชมได้ที่ http://naitredtreigointer.multiply.com/
และอ่านบันทึกการเดินทางได้ที่ http://naitredtreigointer.multiply.com/journal/item/2/2)

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 08:46:57] 58.9.80.67
[ 1 ] Page 2


Comment : 51


นอกจากดอกสีแดงแล้ว ยังมีดอกกุหลาบพันปีสีขาวให้ได้ชมกันด้วยครับ



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 14:34:19] 58.9.88.172

Comment : 52


ดอกไม้สวยๆ อื่นๆ ก็มีให้ชมครับ



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 14:36:48] 58.9.88.172

Comment : 53


ชมดอกไม้กันเสร็จแล้วก็ได้เวลาอำลาเมืองลาชุงแล้วครับ เรากลับลงมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้นก็ขนข้าวของสัมภาระเพื่อเดินทางกลับสู่ "เมืองกังต๊อก" ครับ



ระหว่างทางแวะจอดถ่ายรูปกับน้ำตกสวยๆ อีกซักแห่งครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 14:39:33] 58.9.88.172

Comment : 54


จากน้ำตก เรานั่งรถยาวไปอีกไกล จนกระทั่งรถไปแวะจอดอีกครั้ง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน กันที่
“เมืองซิงฮิก” ( Singhik )



ที่เมืองซิงฮิกมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และกว้างไกล



เห็นหมู่บ้านบนไหล่เขาไกลๆ ด้วยครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 14:47:27] 58.9.88.172

Comment : 55


หลังจากชมวิว และกินกันจนอิ่มท้องแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ เราแวะชมวัดเก่าริมทางอีกแห่งหนึ่งครับ
ที่ “วัดโพดอง” ( Phodong Monastery )



วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นวัดที่มีความสวยงามมากครับ



ที่สิกขิม วัดทุกวัดเราสามารถเข้าไปชมภายในวิหารของเค้าได้ครับ
แต่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปนะครับ ถ่ายได้แต่เพียงรอบนอกเท่านั้นครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 14:53:05] 58.9.88.172

Comment : 56


เดินทางกันมาตลอดทั้งวัน ยามเย็นเราไปปิดท้ายชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่ “จุดชมวิวตาชิ”
จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นยอดของ “คันเช็งฌองก้า” ( ยอดเขาสูงอันดับ 3 ของโลก ) ได้
แล้วจึงมุ่งหน้าเดินทางเข้าสู่เมืองกังต๊อกกันครับ

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 14:56:41] 58.9.88.172

Comment : 57


ถึงกังต๊อก เราจัดแจงนำสัมภาระเข้าสู่ที่พัก ที่ Modern Central Lodge ในเมืองกังต๊อก ( ห้องพักที่นี่
คืนละ 600 รูปีเท่านั้นครับ )

มื้อเย็นนี้ ไกด์ของเราพาไปกินอาหารอร่อยๆ กันที่ร้านอาหารทิเบต ใน M.G. Marg มื้อนี้
เป็นอีกมื้อที่อาหารอร่อยมาก เรากินกันอย่างจุใจ ก่อนจะแยกย้าย ไปเดินช้อปปิ้ง
และกลับเข้าสู่ที่พักกันครับ วันนี้ขอจบการเดินทางเพียงเท่านี้นะครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 15:02:23] 58.9.88.172

Comment : 58


16 เม.ย. 2553

ตื่นแต่เช้าในวันฟ้าใส วันนี้ฟ้าใสจนเราเห็นยอดเขา "คังเช็งฌองกา" ได้จากเมืองกังต๊อก



ผมออกไปเดินเล่นหามุมถ่ายภาพใน M.G. Marg แต่เช้า แล้วก็ว่าจะไปหาอะไรรองท้องเป็นมื้อเช้าด้วย
ยามเช้าที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบ เนื่องจากร้านค้าต่างๆ ยังไม่ค่อยเปิดร้าน ที่โรงแรมบอกว่า
ร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดกันตอนราวๆ 8 โมงครึ่ง

แต่ด้วยวันนี้เราได้นัดเหมารถแท็กซี่ ที่จะพาพวกเราไปเที่ยวในเมืองกังต๊อก เอาไว้ 3 คัน ตอน 8 โมงเช้า
ดังนั้น ผมจึงต้องกลับไปหาอะไรรองท้อง ที่โรงแรมก่อน พอถึงเวลาโชเฟอร์แท็กซี่ก็มารับเราไปยังรถ
แล้วก็ได้เวลาตะลอนทัวร์ชมเมืองกังต๊อกกันแล้วครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:05:55] 58.9.82.41

Comment : 59


เราเริ่มต้นเที่ยวในเมืองกังต๊อกกันที่ “วัดเอนเชย์” ( Enchey Monastery ) ซึ่งเป็นวัดพุทธเก่าแก่
ที่มีอายุกว่า 200 ปีมาแล้วครับ วัดแห่งนี้จึงเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในกังต๊อกเลยครับ



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:12:31] 58.9.82.41

Comment : 60


เณรน้อยในวัดเอนเชย์



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:15:04] 58.9.82.41

Comment : 61


จากวัดเอนเชย์ เดินทางออกมาไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของ“ศูนย์จัดแสดงดอกไม้” ( Flower Exhibition Centre )



ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงไม้ดอกสวยๆ โดยมีการจัดแสดงทั้งภายใน และภายนอกอาคาร
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกกล้วยไม้สวยๆ หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งจัดแสดงอยู่ภายในอาคารครับ
โดยถ้าประสงค์จะเข้าไปชมภายใน จะต้องเสียค่าเข้าชมด้วยครับ คนละ 10 รูปี
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:19:11] 58.9.82.41

Comment : 62


เก็บกล้วยไม้มาฝากกันด้วยครับ



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:21:30] 58.9.82.41

Comment : 63


รองเท้านารี ก็มีให้ชม



ดอกไม้อื่นๆ ก็งามไม่แพ้กันครับ

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:23:48] 58.9.82.41

Comment : 64




ด้านข้างของอาคารของศูนย์จัดแสดงดอกไม้ เป็นที่ตั้งของ “อาคารไวท์ฮอลล์” ( White Memorial Hall ) ครับ
เป็นอาคารสีขาว ที่สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมอังกฤษครับ
สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เจ้าหน้าที่ทางการเมืองคนแรกของสิกขิม ที่ชื่อว่า “Claude White” ครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:25:58] 58.9.82.41

Comment : 65


ชมดอกไม้และอาคารไวท์ฮอลล์กันเสร็จแล้ว ก็กลับไปที่รถครับ จากนั้นจึงเดินทางต่อสู่ “เจดีย์โด-ดรูล” (
Do-Drul Chorten )



เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงชัยชนะของความดีที่มีต่อความชั่ว
ภายในองค์เจดีย์บรรจุสิ่งของสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศาสนาไว้หลายอย่าง
จึงถือว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในสิกขิมเลยครับ



เณรน้อยภายในวัด
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:29:07] 58.9.82.41

Comment : 66


เดินทางกันต่อสู่ “สถาบันทิเบตวิทยานัมเกล” ( Namgyal Institute of Tibetology )
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากองค์เจดีย์โด-ดรูลมากนัก



ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บของมีค่าทางพุทธศาสนาเอาไว้หลายชิ้นครับ อาทิ รูปปั้นพระโพธิสัตว์
ของที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา คัมภีร์และเอกสารต่างๆ เป็นต้น โดยการที่จะเข้าไปชมที่นี่
จะต้องเสียค่าเข้าชมด้วยเช่นกันครับ คนละ 10 รูปี ( ภายในพิพิธภัณฑ์ถ่ายรูปไม่ได้นะครับ )



ภาพวาดบนผนัง สีสันสวยงาม
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:34:03] 58.9.82.41

Comment : 67






ที่ชั้น 2 เป็นที่เก็บหนังสือ และคัมภีร์ภาษาทิเบตครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:37:05] 58.9.82.41

Comment : 68


หลังจากที่เดินเล่นชมพิพิธภัณฑ์กันพักใหญ่แล้ว เราก็เดินทางกันต่อครับ ตะวันเริ่มบ่ายคล้อย
พวกเราไม่รอคิวขึ้นกระเช้าให้เสียเวลา ตั้งใจว่าจะกลับมาขึ้นอีกครั้งในตอนเย็น ว่าแล้วจึงเดินทางต่อสู่
“วัดรุมเต็ก” ( Rumtek Monastery ) วัดนี้เป็นวัดที่อยู่นอกกลุ่มกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
ในกังต๊อกเลยครับ อยู่ห่างจากกังต๊อกออกไปประมาณ 25 กม. แต่ใช้เวลาในการเดินทางนานมาก
เป็นชั่วโมงเลยครับ เพราะต้องขับรถขึ้นไปบนเขาที่คดเคี้ยวครับ





ที่ด้านหน้าประตูทางขึ้นสู่วัดแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจพาสปอร์ตของนักท่องเที่ยวอยู่ครับ
ซึ่งเมื่อตวรจพาสปอร์ตแล้ว ต้องเดินเท้าต่อขึ้นไปอีกระยะหนึ่งครับ จึงจะถึงหน้าประตูวัดของจริง
การจะเข้าไปชมวัดแห่งนี้ต้องเสียค่าเข้าชมด้วยนะครับ คนละ 5 รูปีครับ หลังจากเสียค่าเข้าชมแล้ว
จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกาย และสิ่งของในกระเป๋าต่างๆ ด้วยครับ (
โดยเฉพาะผู้ชายจะโดนตรวจละเอียดกว่าผู้หญิงครับ )
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:40:10] 58.9.82.41

Comment : 69


Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:42:06] 58.9.82.41

Comment : 70


ภายในวัด ใครที่อยากชมวัดแบบทิเบตแท้ๆ ล่ะก็ ต้องไม่พลาดวัดนี้ครับ
เพราะวัดนี้เป็นวัดพุทธทิเบตที่ใหญ่ที่สุดของสิกขิม
และเป็นวัดที่สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของทิเบตเลยครับ





Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:44:54] 58.9.82.41

Comment : 71


ส่งท้ายยามเย็นด้วยการพาทุกคนมาขึ้นกระเช้าชมเมืองกังต๊อกกันครับ

ที่นี่จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 9 โมงครึ่ง ไปจนถึงประมาณ 5 โมงเย็นครับ
แต่ที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เค้าเขียนว่าปิดรับซื้อตั๋ว ตอน 4 โมงครึ่งครับ พวกผมมาถึงก็ 4 โมงกว่าๆ แล้ว
กว่าจะได้ซื้อตั๋วก็ 4 โมงครึ่งพอดีนั่นแหละครับ
แต่ระหว่างที่รอคิวขึ้นกระเช้าก็ยังเห็นมีคนมาซื้อตั๋วเรื่อยๆ นะครับ สำหรับค่าโดยสารก็คนละ 60 รูปีครับ
สรุปแล้วกว่าจะถึงคิวที่พวกผมจะได้ขึ้นกระเช้าก็ปาไป 5 โมงครึ่งแล้วครับ



บนกระเช้านี้เราจะเห็นมุมมองที่สวยงามของเมืองกังต๊อกได้กว้างไกลครับ เรียกว่าชมกันได้รอบด้านเลยครับ
กระเช้านึงจะรองรับผู้โดยสารได้ 24 ท่านครับ ภายในกระเช้าไม่มีที่นั่งนะครับ
ให้ยืนชมวิวอย่างเดียวเท่านั้นครับ



สิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว ผมก็ขอส่งท้ายภาพการเดินทางไว้เพียงเท่านี้นะครับ
ส่วนใครที่อยากชมรายละเอียดการเดินทาง บันทึกการเดินทาง
หรือชมภาพทั้งหมดจากทริปนี้แบบครบถ้วนคงต้องเข้าไปชมที่
http://naitredtreigointer.multiply.com/ครับ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:51:36] 58.9.82.41

Comment : 72


ได้เวลาชมภาพสมาชิกผู้ร่วมทริปทั้ง 11 คนกันแล้วครับ



ทริปนี้พาสาวๆ มาเที่ยวกันเยอะมาก หุหุ



เบื้องหลังของ 2 มาเฟีย
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 16:58:58] 58.9.82.41

Comment : 73


ก่อนออกเดินทางไกล ลั้ลลากันน่าดู 555



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:01:18] 58.9.82.41

Comment : 74


เก็บตกริมทาง

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:04:18] 58.9.82.41

Comment : 75




คณะใหญ่นะเนี่ย
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:05:30] 58.9.82.41

Comment : 76


แวะถ่ายรูปกันที่หุบเขาชอปตา

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:08:33] 58.9.82.41

Comment : 77


อันนี้ลั้ลลาของจริง กับห้องพักแสนสวยในเมืองลาชุง



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:11:48] 58.9.82.41

Comment : 78


Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:14:07] 58.9.82.41

Comment : 79


ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ รอบเมืองลาชุง



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:15:31] 58.9.82.41

Comment : 80


แอ็คกันน่าดู

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:18:43] 58.9.82.41

Comment : 81


ถึงยอดเขาหิมะแว้ว



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:21:04] 58.9.82.41

Comment : 82




สุดสนุกท่ามกลางหิมะ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:22:21] 58.9.82.41

Comment : 83




Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:24:47] 58.9.82.41

Comment : 84


รวมหมู่กันซักหน่อย

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:26:44] 58.9.82.41

Comment : 85


และก็ได้เวลาขอบคุณสมาชิกร่วมทริปกันแล้ว เริ่มต้นด้วยคนนี้เลย



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:29:52] 58.9.82.41

Comment : 86




Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:32:38] 58.9.82.41

Comment : 87




Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:34:56] 58.9.82.41

Comment : 88


Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:38:03] 58.9.82.41

Comment : 89


Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:40:14] 58.9.82.41

Comment : 90


Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:42:59] 58.9.82.41

Comment : 91






Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:45:03] 58.9.82.41

Comment : 92


Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:48:29] 58.9.82.41

Comment : 93




Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:51:40] 58.9.82.41

Comment : 94




Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:55:00] 58.9.82.41

Comment : 95


อีกคนที่ขาดไม่ได้ครับ ไกด์ชาวสิกขิมประจำทริปนี้
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:56:24] 58.9.82.41

Comment : 96


เซ็ทนี้มากันเป็นคอลเล็คชั่น





ขอมีกะเค้านิดนึง นานๆ มีที อิอิ
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 17:58:55] 58.9.82.41

Comment : 97


รวมหมู่แบบครบทีมกันอีกซักหน่อย

Post by : Naitredtrei [2010-05-21 18:02:22] 58.9.82.41

Comment : 98


เซ็ทนี้ก็ครบทีม



Post by : Naitredtrei [2010-05-21 18:05:07] 58.9.82.41

Comment : 99




ขอจบการเดินทางในสิกขิมไว้เพียงเท่านี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะครับ บ๊าย บาย
Post by : Naitredtrei [2010-05-21 18:07:35] 58.9.82.41

Comment : 100
ไปสิกขิมอย่างไรดี?

การเดินทางไปเยือนสิกขิม มี 2 วิธีหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมกันครับ คือ

- ขึ้นเครื่องไปลงที่ “เมืองโกลกาตา” ก่อนครับ
จากนั้นจึงเปลี่ยนเครื่องเป็นสายการบินภายในประเทศเพื่อมุ่งหน้าเดินทางสู่ “สนามบินบัคโดกรา” ( Bagdogra
) แล้วจึงต่อรถอีก 4 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นเขาสู่ “เมืองกังต๊อก” เมืองหลวงของสิกขิมครับ
วิธีนี้จัดว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุดในการไปเยือนสิกขิมครับ

- ขึ้นเครื่องไปลงที่ “เมืองโกลกาตา” ก่อนเช่นกันครับ จากนั้นเดินทางสู่ย่าน Esplanade
เพื่อไปขึ้นรถบัสนอนปรับอากาศ ( จะมีเฉพาะเที่ยวกลางคืนเท่านั้น ) ไปยัง “เมืองสิลิกูริ”
ซึ่งต้องใช้เวลา 12 ชั่วโมงขึ้นไป จากนั้นจึงไปเปลี่ยนรถขึ้นเขาสู่ “เมืองกังต๊อก” อีก 4 ชั่วโมงครับ

- อีกวิธีหนึ่ง คือการเดินทางจาก “โกลกาตา” สู่ “สิลิกูริ” โดยรถไฟครับ ซึ่งในเมืองโกลกาตา
จะมีสถานีรถไฟ อยู่ 2 แห่งให้เลือก คือ สถานี Sealdah ( SDAH ) และสถานี Howrah ( HWH ) ทั้ง 2
สถานีนี้ไปถึงสิลิกูริ ได้เช่นเดียวกันครับ

--------------------------------------------------------

เลือกสายการบิน

และในส่วนของสายการบินที่ให้บริการบินสู่เมืองโกลกาตา มีด้วยกันหลายสายการบินครับ ได้แก่

1.สายการบินไทย
2.สายการบินอินเดียนแอร์ไลน์
3. สายการบินเจ็ตแอร์เวย์
4. สายการบินคิงฟิชเชอร์
5. สายการบินดรุกแอร์

โดยสายการบินบินอินเดียนแอร์ไลน์, สายการบินเจ็ตแอร์เวย์ และสายการบินคิงฟิชเชอร์นั้น
มีเที่ยวบินในประเทศสู่สนามบินบัคโดกรา ( สนามบินที่ใกล้เมืองสิกขิมที่สุด ) ด้วยครับ

--------------------------------------------------------

รายละเอียดการขอวีซ่า

การขอวีซ่าเข้าประเทศอินเดียนั้น ไม่ได้เดินทางไปขอที่สถานทูตโดยตรง แต่ต้องไปยื่นเรื่องผ่าน
ศูนย์รับคำขอวีซ่าประเทศอินเดีย ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารกลาสเฮ้าส์ ชั้น 15 ปากซอยสุขุมวิท 25

ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยว 2,217 บาท ต่อเล่มครับ

หลักฐานที่ต้องใช้ มีดังนี้ครับ

1. หนังสือเดินทางตัวจริง - ต้องมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันยื่นขอวีซ่า
2. Copy Passport 2 ชุด
3. รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
4. Visa Application Form - กรอกรายละเอียดทุกข้อ เป็นภาษาอังกฤษ และต้องแจ้งด้วยว่าจะเดินทางเข้าสิกขิม
( โหลดได้ที่http://www.ivac-th.com/images/Application%20Form.pdf)

เวลาในการยื่นขอวีซ่า เปิดให้ยื่นขอวีซ่าได้ ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-15.00 น. ( ไม่มีพักเที่ยง )
และไปรับอีกวันหนึ่ง วันที่ไปรับ ไปได้ตั้งแต่ 15.00 - 17.00 น.
สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-6652968

--------------------------------------------------------

สิ่งที่ต้องเตรียมไปสิกขิม

1.เสื้อผ้า
- เสื้อยืดแขนสั้น เสว็ตเตอร์ เสื้อกันหนาว
- กางเกงขายาว กางเกงนอน
- ลองจอน จำเป็นมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน
- ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวกไหมพรม
- ผ้าเช็ดตัวผ้าปิดจมูก ระหว่างเส้นทางฝุ่นค่อนข้างเยอะครับ
- ถุงเท้า
- รองเท้าผ้าใบ

2. ยาต่างๆ
- แก้ปวดหัว แก้หวัด แก้ไข้
- แก้ปวดท้อง ยาโรคกระเพาะ แก้ท้องเสีย ผงเกลือแร่ คาร์บอน
- แก้เจ็บคอ ลูกอม
- ยาคลายกล้ามเนื้อ
- ยาดม ยาหม่อง ยาหอม
- attitude sickness pill เผื่อใครแพ้ที่สูง
- ยาแก้เมา
- พลาสเตอร์
- ยาประจำตัว

3.อุปกรณ์อื่น
- อุปกรณ์อาบน้ำ แชมพู สบู่ แปรง ยาสีฟัน
- โลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้น ลิปมัน
- ไฟฉาย ( บางเมืองมีปัญหาเรื่องไฟตกบ่อยๆ ครับ )
- กล้องถ่ายรูป ไปต่างประเทศทั้งที ไม่มีรูปกลับมาไม่ได้ครับ เดี๋ยวเพื่อนไม่เชื่อ
- ปากกา สมุดโน๊ต
- ตัวแปลงปั๊กไฟ ที่สิกขิม ใช้ไฟฟ้าขนาด 230-240 โวลต์ เต้าเสียบก็เป็นแบบรูกลมครับ
ยังไงเตรียมไปให้พร้อม
ก็ดีครับ
- ถุงพลาสติกใบใหญ่ กันเสื้อผ้าเปียกจากความหนาวเย็นครับ
- ทิชชู
- ทิชชูเปียก ที่อินเดียมีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำพอสมควรครับ เอาไปเผื่อเวลาใช้เช็ดไม้เช็ดมือก็ดีครับ
- อาหารแห้ง พวกอาหารกระป๋อง อาหารแห้งเอาไปเผื่อด้วยก็ดีครับ เผื่อไม่ค่อยมีอะไรถูกปากครับ
หรือเผื่อท้อง
ร้องยามค่ำคืน
- ช้อน+ส้อม ติดไปเผื่อดีกว่าครับ เพราะบางคนบอกว่าที่นั่นบางร้านไม่มีช้อนและส้อมให้
เพราะเค้าใช้มือทาน
อาหารกันครับ
- คู่มือท่องเที่ยว

--------------------------------------------------------

เวลาที่ไม่เท่ากัน

ที่ประเทศเนปาล เวลาจะช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง 30 นาทีครับ

--------------------------------------------------------

เงินทองของจำเป็น

ที่ประเทศอินเดีย ใช้เงิน รูปีอินเดีย นะครับ จะแลกเป็นเงินดอลลาร์ไป
หรือแลกเงินเป็นรูปีอินเดียไปเลยก็ได้ครับ แต่แนะนำว่าถึงอย่างไรก็ควรแลกเงินดอลลาร์ติดไปเผื่อบ้างครับ

ส่วนค่าเงินตอนนี้อยู่ที่ 1 ดอลลาร์ = 45.19 รูปีอินเดีย
1 รูปีอินเดีย = 0.71 บาทครับ

Post by : Naitredtrei [2010-05-22 00:01:32] 58.9.81.221

[ 1 ] Page 2

Reply

Picture :
You can not Allow register ClickHere | login

Not readable? Change text. *
Name : *
E-mail :
Tel : ICQ :
Detail :
Very Happy Smile Sad Surprised
Shocked Confused Cool Laughing
Mad Razz Embarassed Crying or Very sad
Evil or Very Mad Twisted Evil Rolling Eyes Wink
Exclamation Question Idea Arrow
*

  *

 
 
     
 
 
eXTReMe Tracker